สิ่งที่ผู้ประกอบการหลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Facebook Page และ Website

จากการติดต่อและพูดคุยกับลูกค้ามาหลายท่านหรือต่อให้เป็นเพื่อนๆ นอกวงการของผมเอง ก็มักจะได้ยินคำถามเกี่ยวกับเรื่อง Fan page และ Website อยู่บ่อยครั้ง ผมจึงตัดสินใจเขียนบทความนี้ขึ้นมาในรูปแบบของผมสักหน่อย จริงๆ ตั้งใจจะเขียนตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้เขียนสักที ^^

ผมขอเขียนเป็นแนวถามตอบเลยละกันนะครับ ณ ร้านกาแฟสดแห่งหนึ่ง

พี่ : ขอปรึกษาหน่อยนะ พี่ไม่แน่ใจว่าต้องทำเว็บไซต์มั้ย เพราะตอนนี้พี่ก็มีเฟนเพจอยู่แล้ว

ผม : ก่อนอื่น..ผมขอถามก่อน ว่า พี่ทำธุรกิจอะไรอยู่เหรอครับ

พี่ : รับออกแบบและติดตั้งร้านกาแฟสดครับ

ผม : ครับ.. งั้นผมขอเอาคำพูดที่นักการตลาดออนไลน์มักใช้เรียก เฟสบุ๊คและโซเชียลมีเดียอื่นๆ นะครับ ว่า เป็นเพียงเครื่องมือหรือช่องทางทางการตลาดอันหนึ่งเท่านั้น

พี่ : แล้วเว็บไซต์ไม่ใช่เครื่องมือหรือช่องทางทางการตลาดอย่างหนึ่งเหมือนกันหรอ

ผม : ใช่ครับ แต่ผมขอถามนิดนึงนะครับ ว่า..ที่ผ่านมาบริษัทพี่เคยทำการตลาดอย่างไรบ้าง เอาออนไลน์หรืออฟไลน์ก็ได้ครับ เอาเท่าที่บอกได้ก็พอ (หัวเราะ)

พี่ : (อมยิ้ม) ที่ทำประจำก็ไปออกบูทตามมหกรรมงานแฟร์ต่างๆ เช่น พวก SEMs หรือ FRANCHISE อะไรประมาณนี้ และก็ลงโฆษณากูเกิลอันนี้ก็จ้างเขาทำครับ ส่วนลงโฆษณาเฟสบุ๊ค อันนี้พี่ทำเอง แล้วก็ยังมีลงหนังสือนิตยสารเรื่องทำกิน SMEs ประมาณนี้ล่ะครับ เคยมีครั้งนึง เดินไปเจอห้องว่างให้เช่า ทำเลดีมาก..น่าเปิดร้านกาแฟมาก พี่เลยเนียนเอาป้ายโฆษณาเราไปติดข้างป้ายให้เช่าห้องซะเลย ผลปรากฏว่า มีลูกค้าโทรมาแล้วขอบคุณพี่ซะยกใหญ่ แล้วเล่าว่า เขาอยู่แถวๆ นั้นและอยากเช่าห้องนั้นเพราะเห็นว่าทำเลดี แต่ไม่รู้เปิดร้านอะไรดี วันนั้นเดินผ่านเห็นข้างๆ ป้ายให้เช่า มีอะไรมาติดเลยแวะอ่าน เลยได้ไอเดียเลย แถมสุดท้ายเขาก็กลายมาเป็นลูกค้าพี่ด้วย อุ้ยๆๆ ลืมตัวเล่านอกเรื่องไปเยอะ

ผม : (ฮ้าๆ ) ไม่เป็นไรครับพี่ ผมชอบฟัง เท่าที่ฟังพี่ก็ทำตลาดหลายช่องทางนะครับ

พี่ : ใช่ๆ จริงๆ มีเยอะกว่านี้อีก

ผม : ครับ แล้วแต่ละอย่างให้ผลลัพธ์คุ้มค่าเท่ากันมั้ยครับ

พี่ : ไม่เท่าเลย บางอันขาดทุน อย่างออกบูทนะ ระหว่างที่ออกไม่ได้ลูกค้าเลยก็มี แต่เขาจะรู้จักเราแล้วจำเราได้ เมื่อผ่านไปบางรายที่จำเราได้ก็ติดต่อกลับมาและเป็นลูกค้าเรา ก็เรียกว่าคุ้มในระยะยาวแล้วกันครับ ส่วนลงโฆษณาทั้งกูเกิลและเฟสบุ๊คก็มีลูกค้ามาเรื่อยๆ โดยเฉพาะกูเกิลนี่ ส่งลูกค้ามามากสุดเลย

ผม : ครับ ถ้างั้นทำไมพี่ไม่คิดจะเพิ่มช่องทางทางการตลาดอย่างเว็บไซต์ไปด้วยละครับ

พี่ : ก็พี่รู้สึกว่าใช้เฟสบุ๊คก็เพียงพอแล้ว แถมไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย ที่สำคัญพี่ยังมองไม่ออกว่าเว็บไซต์จะทำเงินให้พี่เพิ่มยังไง นอกจากต้องเสียเงินค่าทำเว็บน๊ะ อันนี้พูดตรงๆเลยนะ (หัวเราะใหญ่)

ผม : พี่รู้จัก SEO มั้ยครับ

พี่ : รู้จักสิ น้องลองค้นหาคำว่า “รับติดตั้งร้านกาแฟ ราคาถูก” ดูดิ เพจพี่ขึ้นอันดับหนึ่งเลยนะ

ผม :โอ้..สุดยอดเลยครับ แต่มันจะดีกว่านี้มั้ยครับ ถ้าในหน้าแรกของกูเกิลขึ้นเว็บพี่ทั้ง 2 อันเลย

พี่ : ก็ดีสิ ยิ่งเว็บพี่อยู่ในหน้าแรกมากขึ้น โอกาสที่ลูกค้าจะเข้าเว็บพี่ก็มากขึ้น

ผม : นั่นละครับ ถ้าพี่ใช้แค่เฟสพี่ก็มีโอกาสแค่ 1 อัน ถ้ามีเว็บด้วยก็จะเพิ่มเข้ามาอีก 1 อัน งั้นผมขอถามต่อเลยละกันว่า พี่ติดอับดับหนึ่งแค่คำว่า ” รับติดตั้งร้านกาแฟ ราคาถูก” ใช่ไหมครับ คำอื่นพี่ต้องลงโฆษณาอย่างเดียว

พี่ : ใช่เลยครับ (แหะๆ)

ผม : โอเค แล้วสินค้าพี่มีอะไรบ้างเหรอครับ

พี่ : ก็จะมีเป็นแพ็คเกจนะ ตามขนาดร้าน ก็ตั้งแต่ 5 ตร.ม. ถึง 50 ตร.ม.ขึ้นไปครับ ส่วนตามเรทราคาก็ตั้งแต่ ไม่ถึง 1 แสนไปจนหลักล้านบาทครับ

ผม : อันนี้ผมคิดในมุมของผมนะครับ ถ้าผมอยากจะเปิดร้านกาแฟแต่ทุนจำกัด ผมคงเสิชตามงบผม เช่น “เปิดร้านกาแฟราคาหลักหมืน” หรือ “เปิดร้านกาแฟราคาไม่ถึงแสน” หรือ “มีงบไม่ถึงแสนจะเปิดร้านกาแฟได้อย่างไร pantip” อะไรประมาณนี้นะครับ

พี่ : อ่อ..ครับๆ คีย์พวกนี้พี่ก็ซื้อโฆษณาอยู่นะครับ

ผม : นั่นหมายความว่าพี่หยุดโฆษณาเมื่อไร เพจพี่จะหายไปจากหน้าผลลัพธ์ทันที ใช่มั้ยครับ

พี่ : ใช่เลย..

ผม : อันนี้คือข้อดีอีกอย่างของเว็บในเรื่อง SEO คือ ถ้าพี่มีเว็บไซต์และสร้างหน้าเว็บซึ่งเหมือนหน้าแสดงสินค้า เช่น “เว็บพี่.com/เปิดร้านการแฟราคาหลักหมืน” หรือ “เว็บพี่.com/เปิดร้านกาแฟราคาไม่ถึงแสน” พี่มีโอกาสจะติดหน้าแรกในคีย์เวิดเหล่านี้ แม้พี่จะไม่ลงโฆษณาเลยแม้แต่บาทเดียว หรือถ้าพี่ลงโฆษณาก็จะมีเว็บพี่ในหน้าแรกถึง 2 อัน และอีกอย่างนะครับ โฆษณาที่พี่ลงกับกูเกิลทุกครั้ง ก็เหมือนโฆษณาให้เฟสบุ๊คฟรีๆ อีกทางนั่นเอง เพราะลิ้งค์ไปที่แฟนเพจไม่ใช่เว็บพี่เองครับ

พี่ : โอ่วววว..ครับ

ผม : นอกจากนี้การโพสลงเฟสบุ๊คนั้น ไม่เหมาะกับการโพสเพื่อแสดงรายละเอียดต่างๆ ของสินค้า และที่สำคัญ..มันดูไม่มีความแต่งต่าง เพราะสินค้าที่แสดงในทุกๆ เพจ จะมีหน้าตาเหมือนๆ กัน นอกจากนี้มันยังอ่านยากและไม่สามารถตกแต่ง หรือออกแบบให้สวยงามได้ ได้แค่ตามที่เฟสบุ๊คกำหนดเท่านั้น เดี๋ยวผมจะให้พี่ดูภาพ 2 ภาพ แล้วพี่จะรู้ว่าอยากซื้อสินค้าจากเว็บไหนมากกว่ากัน (เปิดภาพให้พี่เขาดู)

ภาพแรกคือสินค้าและข้อมูลในเฟสทั่วๆ ไปครับ

ภาพที่สอง คือสินค้าและข้อมูลในเว็บไซต์ที่ได้รับการออกแบบมาแล้ว

พี่ : เอิ่ม..ชัดเลยครับ เคยมีคนบอกพี่เหมือนกันนะ ว่าพี่น่าจะมีเว็บที่ออกแบบให้มีภาพร้านกาแฟสวยๆ หรือของตกแต่งร้านกาแฟสวยๆ อะ

ผม : นั่นละครับ ลองคิดดูว่า ถ้าพี่ออกแบบร้านกาแฟให้ลูกค้าทุกๆ คนเหมือนๆ กัน ลูกค้าจะพอใจมั้ย แล้วพวกเขาจะกล้าแนะนำบริการของพี่ให้เพื่อนๆ ของเขามั้ยครับ เพราะที่เห็นชัดๆ เลย คือ ทำให้ร้านของเขาไม่มีจุดเด่นอะไรเลย แถมกลายเป็นร้านโหลๆ ไปซะอีก เว็บไซต์กับเฟสบุ๊คก็เหมือนกันครับ เฟสบุ๊คเหมาะมาก กับการประชาสัมพันธ์หรือติดต่อกับลูกค้า เพราะลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย แต่..ถ้าพี่คิดจะใช้เฟสบุ๊ค เพื่อสร้างแบรนด์ หรืออัตลักษณ์ของบริษัท พี่ก็จะกลายเป็นเหมือนร้านกาแฟโหลๆ ทันที

พี่ : ฟังแล้วจุกเลยครับน้อง 55

ผม : ยังไม่หมดนะครับพี่ ลองคิดดูว่า ถ้าวันนึงเฟสบุ๊คไม่มีคนใช้ เหมือน Myspace, Hi5 หรือ Multiply หรือในเคสที่มีโอกาสเกิดขึ้นเหมือนในหลายๆ ประเทศ คือ รัฐบาลห้ามเล่นเฟสบุ๊คละ บริษัทพี่จะเป็นยังไง หรือพี่พร้อมจะจากไปพร้อมกับเฟสบุ๊คด้วย?

พี่ : โห..บอกตรงๆ นะ พี่ไม่เคยคิดถึงมุมนี้เลย พี่คิดแค่ว่าเฟสบุ๊คเองรวยมาก มั่นคงมาก น่าจะอยู่ได้อีกนาน ไม่ได้มองจุดที่น้องพูดถึงเลยจริงๆ เฮ้อ…

ผม : แล้วตอนนี้พี่ว่า พี่พอจะตอบคำถามที่พี่ไม่แน่ใจได้หรือยังล่ะครับ

พี่ : พูดมาซะขนาดนี้ ตอบไม่ได้ก็แย่แล้วล่ะ 555

ผม : 55 ครับ แต่การทำงานจริงๆ ทั้งเว็บไซต์และเฟสบุ๊ค ต้องทำควบคู่กันไปนะครับ เช่น
ต้องมีปุ่ม share ในหน้าสินค้าหรือหน้าบทความต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามา สามารถแชร์ไปให้เพื่อนๆ ของพวกเขาดูได้ นอกจากนี้ ยิ่งมีคนแชร์เยอะก็ส่งผลต่อ SEO ให้หน้านั้นๆ ด้วยครับ และที่สำคัญแทนที่เมื่อก่อน พี่จะโพสบทความหรืออะไรยาวๆ ลงในเพจ พี่ก็ควรเปลี่ยนมาเป็นโพสลงในเว็บ แล้วแชร์ด้วยเจ้าปุ่มนี้ ลงเพจพี่อีกทีครับ โดยข้อความที่โพส พี่ก็เขียนสั้นๆ เพื่อเชิญชวนให้คนคลิกเข้ามาอ่านนั่นเอง
หรือ..มีปุ่มไลท์เพจ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาทางเว็บไซต์ และไม่เคยไลท์เพจพี่มาก่อน มีช่องทางการติดตามประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของพี่
และอีกอย่างนะครับ ในเว็บถ้ามีระบบสมาชิกด้วย ควรใช้วิธีการสมัครสมาชิกผ่านบัญชีเฟสบุ๊คร่วมกับอีเมล์ เพื่อการเข้าใช้งานที่ง่ายของลูกค้า คือ ไม่ต้องมาคอยกรอก Username หรือ password ในทุกๆ ครั้งที่เข้าเว็บพี่ครับ แต่ก็ต้องมีให้สมัครผ่านอีเมล์ไว้ด้วย เพราะบางคนอาจไม่เล่นเฟสบุ๊คครับ เห็นมั้ยครับ.. คนไม่เล่นเฟสบุ๊คก็มีนะพี่ 555

พี่ : OK ยอมครับยอมๆๆๆ งั้นก่อนที่จะคุยเรื่องราคากัน พี่ขอถามอะไรหน่อย ร้านกาแฟร้านนี้เป็นไงสวยมั้ย

ผม : สวยมากครับ อย่าบอกนะครับ ว่าร้านนี้พี่ก็เป็นคนตกแต่ง ร้านนี้ดังมานานแล้วนี่ครับ

พี่ : ไม่ใช่แค่ตกแต่งนะ.. แต่ร้านนี้ล่ะ คือร้านที่พี่เอาป้ายโฆษณามาปิดข้างๆ ป้ายให้เช่าห้องน่ะ 555 (หัวเราะใหญ่)

ผม : โอว สุดยอดไปเลยครับ

รอ..ติดตามตอนต่อไปได้ในบทความหัวข้อด่านล่างนะครับ ^^

”คำถามที่ผู้ประกอบการต้องตอบเพื่อให้การจัดทำเว็บไซต์ คือกำไร ไม่ใช่ขาดทุน หรือเพียงของฟุ่มเฟือย”